5 เทคนิค เพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดของคุณ (ตอนจบ)

3. การเพิ่มขนาด Lot Size

ที่มารูปภาพ: Tradeciety

การพัฒนาการเลือกใช้ Lot size นั้น เป็นวิธีที่ดีในการยกระดับการเทรดของคุณไปอีกขั้น คุณจะไม่เพียงมีพอร์ตที่โตขึ้นเท่านั้น แต่คุณยังสามารถบอกลาการล้างพอร์ตได้อีกด้วย

ข้อดี

• คุณไม่ต้องเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ และไม่ต้องเพิ่มแรงกดดันทางจิตใจที่มาพร้อมกับการเทรดบน Time frame ที่เล็กลง

• เมื่อคุณมีกลยุทธ์ที่ได้รับการทดลอง หรือพิสูจน์มาแล้ว การเพิ่ม Lot size นั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมได้

• คุณสามารถควบคุมความเสี่ยงจากการขาดทุน ด้วยการใช้ Lot size อย่างมีนัยยะสำคัญ

ข้อเสีย

• เมื่อคุณมีกลยุทธ์ที่ได้รับการพัฒนาแล้วเท่านั้น คุณจึงสามารถเพิ่มขนาดตำแหน่งได้ แต่ถ้าคุณไม่ได้สะสมข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดของคุณมาเลย การเพิ่มขนาด Lot size นั้นจะส่งผลตรงกันข้ามทันที

• เมื่อคุณเข้าใจ Win rate ปัจจุบัน และอัตราเสี่ยงที่จะขาดทุนของคุณแล้วเท่านั้น (ซึ่งผมหมายถึงสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์และคำนวณมาแล้ว) คุณจึงสามารถปรับขนาด Lot size ได้ และถ้าคุณสามารถตอบคำถามดังต่อไปนี้ได้ คุณก็ควรคิดถึงการเพิ่ม Lot size ได้เช่นกัน:

Win rateของฉันคืออะไร?

• การเทรดขาดทุน 6 – 8 ครั้ง มันเป็นอย่างไร?

• เทรดเดอร์ทุกคนจะมีประสบการณ์เทรดขาดทุนราว 6 – 8 ครั้ง คุณจะสามารถยอมรับการสูญเสีย 30% ในบัญชีของคุณ ในการขาดทุนครั้งที่ 8 เมื่อมันมีความเสี่ยง 4% ต่อการเทรด ได้ไหม?

Lot size ที่มากขึ้น จะสัมพันธ์กับแรงกดดันทางจิตใจที่มากขึ้นด้วย ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่าเทรดเดอร์ทุกคนจะต้องผ่านประสบการณ์ในการขาดทุน และส่วนใหญ่จะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองให้เย็นลงได้ในช่วงเวลานั้น เมื่อความสงสัยและความกลัว ผสานเข้าด้วยกัน คุณมีแผนสำรองที่ใช้ได้ผล เมื่อถึงคราวที่ลำบากไหม?

4 การเพิ่มกลยุทธ์ที่สอง

ในการเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดอีกข้อ ก็คือ การเพิ่มกลยุทธ์ใหม่เข้าไปในการเทรด ด้วยวิธีการนี้คุณจะไม่ต้องกังวลว่าเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายกันนั้น จะไปเพิ่มความเสี่ยงให้คุณ หรือ Time frame ที่เล็กลง จะเพิ่มแรงกดดันทางจิตใจ จนทำลายแผนการเทรดของคุณได้ เช่นเดียวกับกลยุทธ์การทำกำไร แต่การเพิ่มกลยุทธ์ใหม่ในการเทรดนั้น ต้องเพิ่มอย่างมีจุดประสงค์เท่านั้น

• การเรียนรู้กลยุทธ์การเทรดใหม่ๆ ต้องใช้เวลาเป็นเดือน หรือ เป็นปี และมันอาจเข้าไปรบกวนประสิทธิภาพการเทรดและการโฟกัส ณ ปัจจุบันของคุณ

• กลยุทธ์การเทรดรูปแบบใหม่จะสร้างความแตกต่างได้อย่างสมบูรณ์จริงหรือ? ถ้าไม่.. คุณก็จะได้รับ Signal ที่คล้ายๆกัน และไม่ได้เพิ่ม ตัวแปรอื่นใด แต่ไปเพิ่มแค่ความถี่ในการเทรดที่คล้ายกันเท่านั้น

• แต่ถ้ากลยุทธ์หนึ่งดำเนินการไปได้ดี ตามแนวโน้มของตลาด การเพิ่มแผนการเทรดนั้นจะทำให้คุณยืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทั้งสองฝั่ง (Buy-Sell)

5. พัฒนากลยุทธ์ปัจจุบันของคุณ

ที่มารูปภาพ: Tradeciety

หัวข้อที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น ต่างมีทั้งข้อดี และข้อเสีย บางหัวข้อมีข้อเสียมากกว่า บางหัวข้อก็มีน้อยกว่า แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดได้โดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหา หรือ กับดักที่คุณอาจต้องเจอ แม้ว่าการพัฒนากลยุทธ์ปัจจุบันของคุณ ดูเหมือนจะพูดง่ายกว่าทำจริง มันก็ยังมีข้อดีและข้อด้อยในตัวมันเอง ต่อไปนี้เป็นแนวทาง รวมถึงวิธีการใช้กลยุทธ์:

• การปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดปัจจุบันของคุณให้สอดคล้องกับข้อมูลจำนวนมหาศาล ตามติดบทวิเคราะห์และการลองผิดลองถูก ในระยะสั้น มันครอบคลุมทุกเรื่องที่ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ชอบทำ แต่มันจะสร้างความแตกต่างระหว่างเทรดเดอร์สมัครเล่น และเทรดเดอร์มืออาชีพ

• วิธีการที่เป็นไปได้ ในการปรับกลยุทธ์การเทรดของคุณ คือ การจัดระเบียบข้อมูลให้เหมาะสม, การวางตำแหน่ง Stop loss และ Take profit, การจัดการการเทรด, การควบคุมเรื่องเวลา และระวังความอ่อนไหวทางอารมณ์ รวมถึงแรงกดดันทางจิตใจ

• การพัฒนากลยุทธ์การเทรดของคุณนั้น ต้องใช้เวลาอย่างมาก ร่วมถึงต้องลองค้นหาวิธีการที่แตกต่างออกไป ในแต่ละครั้งที่คุณเปลี่ยนค่าตัวแปรหนึ่ง คุณต้องสะสมข้อมูลและฐานข้อมูล จากขนาดตัวอย่างของการเทรด ก่อนที่คุณจะสามารถประเมินได้ว่า การเปลี่ยนค่าตัวแปรนั้น ได้เพิ่มประสิทธิภาพไปด้วยหรือไม่ กระบวนการนั้นต้องใช้ระยะเวลา และการทำงานอย่างหนักจากตัวคุณ ซึ่งนี้คือเหตุผลที่ ทำไมจึงมีเทรดเดอร์เพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จ แม้ว่าวิธีการที่เรากล่าวมาจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ในการทำเงินให้มากขึ้นก็ตาม

ข้อความดังต่อไปนี้ จะแสดงให้คุณเห็นว่า การปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดนั้นสามารถทำได้ด้วยวิธีการง่ายๆ:
“กลยุทธ์การเทรดที่เพอร์เฟคท์ คือ—การค้นหากลยุทธ์ที่เข้ากับบุคลิกของคุณเท่านั้นเอง”

สรุป: วิธีการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น สามารถช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรด และมันก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ที่จะต้องค้นหาสิ่งที่เข้ากับสไตล์การเทรดของตัวคุณ อย่างไรก็ตามบทความนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะเปิดหูเปิดตาให้คุณเห็นทั้งข้อดี และข้อเสีย ของแต่ละวิธีการ และสิ่งที่ต้องระวังเมื่อกำลังพยามยามเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดของคุณเอง

เรียบเรียงและแปล:Forex Trader’s Way
ที่มา: Tradeciety

บทความที่น่าสนใจ

postID

5 ข้ออ้างยอดฮิต ที่ทำให้คุณไม่เริ่มเทรด Forex ซะที

“99% ของผู้ที่ล้มเหลว มาจากคนที่มีลักษณะนิสัยชอบสร้างข้ออ้างให้กับตนเอง” — George Carver นักลงทุนชาวอเมริกัน    ช่วงเวลาพักร้อนที่ยาวนาน อาจทำ...

postID

[รีวิว] โบรกเกอร์ Pepperstone

Pepperstone เป็น โบรกเกอร์ จากออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 ได้รับรางวัลต่าง ๆ สำหรับการให้บริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่และมีคุณภาพสูง เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกรับรองใ...

postID

5 Forex Indicator ยอดฮิต สำหรับนักเทรดเดอร์ (ตอนที่ 3)

สวัสดีครับเพื่อนๆชาวTrader’s Way ทุกท่านครับ หลังจากได้เรียนรู้การใช้ Moving Average และ MACD ไปแล้ว หวังว่าจะช่วยทำให้เพื่อนทำกำไรได้ไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับบทควา...

postID

วิธีการอ่านแท่งเทียน FOREX

การเข้าใจรูปแบบกราฟแท่งเทียนนั้น จะให้คุณได้มากกว่าแค่การจดจำและ การหยั่งรู้ถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น มีหนังสือมากมายที่เขียนเกี่ยวกับกราฟแท่งเทียน, ทั้งยังได้รวบรวมลักษณะแ...

postID

วิธีการใช้ Fibonacci Retracement เพื่อเข้าออเดอร์

สิ่งแรกที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ Fibonacci ก็คือ มันจะทำงานได้ดีเยี่ยม เมื่อตลาด Forex กำลังอยู่ในเทรนแนวคิดก็คือ การเปิด Buy order ณ จุดกลับของราคา จะอยู่ที่...

postID

ทำไมคุณจึงควรพุ่งเป้าไปที่กระบวนการ ไม่ใช่ที่ผลกำไร

นักเทรดเดอร์มือใหม่มากมาย มักจะสงสัยอยู่เสมอว่า พวกเขาจะทำกำไร หรือทำเงินได้มากขึ้นอย่างไรจากการเทรด  เหมือนพวกเขาจะพยายามตั้งเป้าไปที่การทำจำนวน Pip ต่อวัน หรือ ต่อ...