การทำงานสไตล์9-5 สามารถช่วยพัฒนาการเทรดของคุณได้อย่างไร

    มันอาจจะฟังดูดีเกินจริงไปนะครับ –สำหรับการหารายได้เสริมที่ดี จากการเทรดแค่เพียงวันละ 30-60 นาทีเท่านั้น คล้ายกับฉากละครคลาสิกเรื่องของการทำน้อยแต่ให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น และมันก็ยังดูเท่ห์กว่าการหารายได้เสริมด้วยวิธีการทำงานหนักอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม มันช่างดูไม่สมเหตุและผลเอาซะเลย สำหรับการทำเงินในฐานะนักเทรดเดอร์ คนหนึ่งที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของตลาด, คอยคว้าทุกโอกาสการทำเงิน และไม่ยอมละสายตาจากการหมุนเวียนของระบบเพื่อใช้ทำเงิน แล้วคุณจะยังเอาเวลาที่ไหนไปทำอย่างอื่นได้อีก?

โอเคครับ มันไม่ผิดหรอก ที่คุณจะใช้เวลาตามติดตารางChart แค่ไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ และถ้าคุณเลือกเทรดในTime frameขนาดเล็ก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในวันนั้นๆ คุณก็จะเป็นได้แค่นักเทรดเดอร์ที่ไร้ประสบการณ์ ทำไมเหรอครับ?? เพราะมูลค่าการทำเงินของคุณก็จะถูกกระจายและจำกัดไปพร้อมๆกับช่วงเวลาสั้นๆที่คุณเลือกเทรดด้วย มันจะส่งผลต่อการซื้อขายที่มากเกินไป, ช่วงเวลาการเข้า-ออกตลาดที่ผิดจังหวะซึ่งไม่ควรจะเทรด, ระดับความเครียดที่มากขึ้น, ทำให้คุณเริ่มโทษทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้คุณสูญเสียการทำเงินอย่างต่อเนื่อง,เกิดการวิเคราะห์ผิดๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่รู้ว่าจะหยุดวงจรแย่ๆนี้ได้อย่างไร ท้ายที่สุดบัญชีก็คุณก็จะเหือดแห้ง หรือไม่คุณก็อาจจะเลิกเทรดไปก่อนที่มันจะเกิดขึ้น ฟังดูดราม่าไหมครับ แต่มันเป็นเรื่องจริงที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งกับนักเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ พวกเขามักถูกสอนให้เข้าเทรดในตลาด โดยปราศจากกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสม และความมีระเบียบวินัย สุดท้ายพวกเขาก็จะรู้สึกท้อแท้ไปพร้อมๆกับบัญชีเงินที่เริ่มน้อยลงอย่างช้าๆ

มาถึงตรงนี้แล้ว ความสวยงามของกลยุทธ์การเทรดวันต่อวัน คือ การผลักเอาความกดดันทั้งหมดออกไป คุณจะดูตลาดได้แค่สองเวลาต่อวันเท่านั้น; ครั้งแรกคือ ตอนเช้า ให้คุณได้นั่งทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เช่น การตั้งค่าPrice action หรือกลยุทธ์ที่ใช้ไปของคุณ ยังคงอยู่ในเทรนด์ หรือผลลัพธ์ที่ตั้งไว้อยู่ไหม และครั้งที่สองคือ ตอนเย็น ก่อนเข้านอนก็ให้คุณถามคำถามเดียวกันนี้ และปฏิบัติตามการวิเคราะห์เดิมอย่างมีหลักการ เหมือนอย่างที่คุณทำในตอนเช้า หากคุณสามารถโฟกัสได้ตาม 2 ช่วงเวลานี้ต่อวัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ทำงาน หรือจะมีธุระอื่นมากวนใจ ชีวิตประจำวันของคุณก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่น และปกติ

วิธีการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับนักเทรดเดอร์มือใหม่ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีSignalที่ชัดเจนขึ้น, จิตใจที่ปลอดโปร่ง และมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากคุณใช้Time frame ขนาดเล็กเกินไปในการเทรด เพียงคุณวางแผนและทำตามตารางเวลาที่วางไว้อย่างเคร่งครัด ผลลัพธ์ที่คุณจะได้นั้น จะยิ่งกว่าเงินในบัญชีที่มากขึ้นเสียอีก

อย่างไรก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนอื่น คือ ความเข้าใจที่ถูกต้องของรูปแบบการเทรดตาม Price action ร่วมกันกับความเข้าใจในกลยุทธ์ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ Time frame ที่กว้างขึ้น (รายวัน และรายสัปดาห์) จะช่วยเพิ่มความชำนาญในใช้กลยุทธ์ Price actionและประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายขึ้นด้วย สุดท้ายมันจะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเทรดโดยอัตโนมัติ และไม่ไปรบกวนกิจวัตรประจำวันของคุณด้วย

เรียบเรียงและแปล: Trader’s Way
ที่มา: FXStreet

บทความที่น่าสนใจ

postID

แผนการสำหรับ Day Trader (ตอนที่ 3)

ควรใช้แผนเมื่อไหร่ในส่วนนี้ของแผน จะเป็นการ Set เวลาในการเทรดของเทรดเดอร์เนื่องจากตลาด Forex มีการเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เทรดเดอร์มีความสามารถ (หรือ ความปรารถนา) จะกระโ...

postID

คุณคิดว่าคุณไม่รู้อะไรบ้าง?

“เทรดในสิ่งที่คุณมองเห็น” เป็นคำพูดยอดฮิต ที่คุณไม่สามารถแนะนำให้กับเทรดเดอร์หน้าใหม่ได้เสมอไป แม้มันจะมีส่วนจริงที่ว่าเหล่าเทรดเดอร์นั้นสามารถเทรดได้ดีด้วยวิ...

postID

[รีวิว] โบรกเกอร์ Pepperstone

Pepperstone เป็น โบรกเกอร์ จากออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 ได้รับรางวัลต่าง ๆ สำหรับการให้บริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่และมีคุณภาพสูง เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกรับรองใ...

postID

3 แนวทางสำหรับ ปฏิบัติการเทรด Forex ที่ถูกต้อง

ในการเทรด Forex นั้น การตระเตรียมแผนเป็นเพียงครึ่งทางของการทำศึก แล้วเราจะทำอย่างไรกับอีกครึ่งที่เหลือได้บ้าง? “การลงมือทำ” ไงครับ การจัดการตำแหน่งเปิดออเดอร์...

postID

7 เทคนิค สำหรับเทรดเดอร์ Part-Time (ตอนจบ)

การเทรด Forex นั้น จำเป็นต้องเรียนรู้ในทักษะด้านต่างๆ  ซึ่งทักษะที่คนเรามักจะละเลยที่สุดก็คือ — ทักษะด้านจิตใจ” — Mark Douglas เซียนหุ้น และนักเขีย...